ส.ส.สหรัฐฯ เรียกร้องให้นำเอา Blockchain มาใช้ช่วยในการจ่ายเงินเยียวยาเหยื่อ COVID-19

TaraMeza 0
แก่ชาวอเมริกัน

ช่วงวันอังคารที่ผ่านมามีจดหมายจากสมาชิกสภาคองเกรส 11 คนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าต้องกระตุ้นให้นาย Mnuchin พิจารณาการใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อช่วยในการตรวจสอบมาตรการกระตุ้น COVID-19 แก่ชาวอเมริกัน อ้างอิงจาก Forbes

จากลักษณะที่มีความละเอียดและปลอดภัยสูงจึงการแนะนำกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาให้ส่งเงินให้กับประชาชนด้วยความเร็วและความปลอดภัยอันเป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยี blockchain

ซึ่งตามพระราชบัญญัติความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (พระราชบัญญัติ CARES) ได้ลงนามในกฎหมายเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2020 และได้รับเงิน อย่างไรก็ตามการส่งมอบเงินให้กับทุกคนที่มีสิทธิ์ได้รับการกระตุ้นให้เป็นไปตามเวลานั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย

 แก่ชาวอเมริกัน

มีมากถึง 90 ล้านจาก 150 ล้านคนที่มีสิทธิ์ได้เงินของพวก ณ วันที่ 17 เมษายน ยังมีอีกจำนวนกว่า 60 ล้านที่ยังคงรอเงินอยู่และยังมีครอบครัวที่มีรายได้ต่ำที่ปกติไม่ได้แสดงรายการภาษี รวมถึงยังมีจำพวกที่เข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานทั่วไป

โดยจดหมายฉบับนี้มีขอเรียกร้องให้กระทรวงการคลังใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมของภาคเอกชนเช่น blockchain และ DLT เพื่อสนับสนุนหน้าที่ที่จำเป็นของรัฐบาลในการเผยแพร่และติดตามโครงการบรรเทาทุกข์และชี้แนะว่าแนวทางทั้งหมดสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งมอบผลประโยชน์พระราชบัญญัติ CARES ทั้งหมด

จดหมายฉบับนี้นำเสนอโดยสมาชิกสภาคองเกรสนาย Darren Soto (D-FL) ผู้เป็นประธานร่วมของสภาคองเกรส Blockchain Caucus รวมถึงเพื่อนร่วมทีมอย่างนาย Tom Tom Emmer (R-MN) และสมาชิกสภาคองเกรสนาย David Schweikert (R-AZ) รวมถึงยังมีผู้เห็นด้วยคนอื่น ๆ ที่ลงนามเพิ่มเติม ได้แก่

-สมาชิกสภานาย Ted Budd (R-NC)
-สมาชิกสภานาย Warren Davidson (R-OH)
-สมาชิกสภานาย Tulsi Gabbard (D-HI)
-สมาชิกสภานาย Tulsi Gabbard (R-OH)
-สมาชิกสภานาย Ro Khanna (D-CA)
-สมาชิกสภานาย Ben McAdams (D-UT)
-สมาชิกสภานาย Bill Posey (R-FL)
และตัวแทนนาง Stacey Plaskett (DU.S. Virgin Islands) เป็นผู้หญิงชาวแอฟริกัน – อเมริกันคนแรกที่เข้าร่วม Congress Blockchain Caucus เมื่อปีที่แล้ว
จดหมายฉบับนี้ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการแข่งขันกับจีน การผลักดันการบริหารเพื่อส่งเสริมเทคโนโลยี blockchain ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสมาชิกสภาคองเกรสโซโตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจดหมาย 2 พรรคในเดือนกรกฎาคม 2019 ถึงokp Larry Kudlow ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติในทำเนียบขาว

จดหมายฉบับนั้นต้องการกระตุ้นให้ทำเนียบขาวลงมือทำหลายเรื่องด้วยกันและเกี่ยวข้อง blockchain โดยระบุว่า ‘เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อได้ในฐานะของผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกาควรมีส่วนร่วมกับผู้กำหนดนโยบายภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี Blockchain เพื่อสำรวจสิทธิประโยชน์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและสาธารณะ ทำงานร่วมกันในนโยบายข้ามภาคการกำหนดมาตรฐานการปรับขนาดและปัญหาการดำเนินการ และหารือเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ ‘

ส่วนด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mnuchin ได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับการมุมมองของเขาเกี่ยวกับ crypto ที่ยังคงแสดงท่าทีเป็นกังวล และลังเล โดยเมื่อเขากล่าวว่า ‘ผมต้องการระวังว่าใครก็ตามที่ใช้ bitcoin ไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไร จะใช้มันเพื่อจุดประสงค์ที่เหมาะสมและไม่มีวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายหรือไม่ … ธุรกรรมหลายพันล้านดอลลาร์เกิดขึ้นใน bitcoin และ cryptocurrencies อื่น ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายยังคงมีให้เห็นอยู่เยอะและผิดจุดประสงค์

 แก่ชาวอเมริกัน

ซึ่งอย่างไรก็ตาม Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำธุรกรรม Peer to Peer สำหรับ cryptocurrency และได้รับการสำรวจทั่วโลกโดย บริษัทใหญ่ ๆ เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการชำระเงินได้เร็วขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในการประมวลผล

Forbes ได้สร้างรายชื่อบริษัทที่รู้จักกันในชื่อ “Blockchain 50” ซึ่งประกอบไปด้วย ‘องค์กรที่รวบรวมเทคโนโลยีพื้นฐานคริปโตเคอเรนซี่เช่น bitcoin และใช้มันเพื่อเร่งกระบวนการทางธุรกิจเพิ่มความโปร่งใสและประหยัดเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว’

ส่วนทางประเทศจีนซึ่งเพิ่งประกาศว่า “จะทำสกุลเงินดิจิตอลของตัวเองนั้นได้นำนโยบายที่แตกต่างไปสู่ ​​cryptocurrency มากกว่าที่จะใช้สำหรับบล็อกเชน ในขณะที่หลาย ๆ ครั้งที่ประเทศจีนดูเหมือนจะควบคุมการใช้ cryptocurrencies แต่ดูเหมือนว่ามุมมองที่ท้าทายของประเทศนี้ในด้านบล็อกเชนก็นั้นก็คือคือทรัพยากรจำนวนมากมีไว้เพื่อช่วยเร่งการเติบโตของเทคโนโลยีนี้เท่านั้น

ขณะที่ยังไม่ค่อยมีใครได้ยินเกี่ยวกับ blockchain จากฝ่ายผู้นำการบริหาร แต่พวกเราก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะสามารถในเข้าใจความแตกต่างและไม่มีความคิดที่วาา blockchain ก็คือ bitcoin หรือไม่สนใจว่าภาคเอกชนเรียกร้องและที่เชื่อว่า blockchain สามารถใช้ช่วยเร่งการส่งเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้พระราชบัญญัติ CARES ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยพวกเราหวังว่าฝ่ายบริหารจะทำความเข้าใจและนำไปปรับใช้เร็ว

ส่วนด้านของนาย Roger Brown หัวหน้าฝ่ายภาษีและข้อบังคับของ Lukka บริษัทที่เสนอโปรแกรมการเตรียมภาษีสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ‘การใช้งาน Blockchain ทำหน้าที่นั้นเป็นวิธีการที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่จะได้รับเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจเนื่องจากมีการหลอกลวงจำนวนมากในปัจจุบันที่ใช้ความอ่อนแอจากการได้รับความช่วยเหลือมาหลอกทำมาหากิน ด้วยกลโกงหลากวิธีของพวกมัน ‘

นาย Erick Pinos ผู้นำในระบบนิเวศของอเมริกา (Americas Ecosystem Lead) เชื่อว่า Blockchain สาธารณะที่มีประสิทธิภาพสูงบวกกับแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันที่มีใช้งาน ’Blockchain จะช่วยให้การโอนเงินอย่างรวดเร็วและปลอดภัยจากบุคคลหนึ่งสู่อีกคนด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากและไม่จำเป็นต้องมีคนกลาง สรุปก็คือการชำระเงินแบบ blockchain ทำได้รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัยเป็นอย่างมากมันถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะใช้มัน

นาย Alex Mashinsky แห่ง Celsius ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการให้สินเชื่อ crypto ตั้งข้อสังเกตว่า blockchain ยังอยู่ในช่วงวัยเด็กและอาจจะยังไม่พร้อมก็เป็น โดยเขาระบุว่า “ blockchain ยังไม่ได้มีไปซะทุกแห่งในโลก” ที่พร้อมจะจัดการและทำได้จริงเช่นการส่งมอบเงินในช่วง COVID-19 พวกมันอาจจะยังไม่พร้อมก็เป็นได้

แล้วทั้งหมดนี้เองจึงมีเหตุผลที่คาดว่าจะได้ว่ารัฐบาลได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องทั้งรัฐสภาในทำเนียบขาวและคลังเพื่อหาวิธีส่งเช็คเงิน COVID-19 เหล่านี้ไปยังผู้ที่ต้องการมากที่สุดในเวลาที่เหมาะสมและนำเทคโนโลยีการชำระเงินที่ทันสมัยที่สุดมารับพวกเขาจะนำมันมาใช้หรือไม่

 

แก่ชาวอเมริกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *